Angelic Heart's profileA Little Corner of Ideal...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
July 21 จำแนกแยกแยะงาน
เราทำงานจำนวนมากกว่าคนหลายคน แต่ก็ยังน้อยกว่าคนบางคน ทว่ามันไม่ใช่ว่าคนที่ทำงานหลายอย่างจะเหนื่อยมากกว่าคนที่ทำงานไม่กี่อย่างเสมอไป มันขึ้นอยู่กับว่า เค้าทุ่มเทให้กับแต่ละงานที่ทำมากน้อยเพียงใด เราเป็นประเภทหนึ่ง ที่เน้นประสิทธิภาพการทำงาน มากกว่าเน้นปริมาณงานที่ทำได้ ฉะนั้น เราตั้งใจจะทำงานน้อยชิ้น แต่ทุ่มเทให้น้อยชิ้นนั้นออกมาดีที่สุด แต่ทำไมต้องมีสถานการณ์มาบีบคั้นให้เราทำงานเยอะขึ้น แต่ประสิทธิภาพลดลงอยู่เรื่อย จะมีใครเข้าใจคนมีความสามารถ(จำกัด)อย่างเราบ้างไหม ที่เรารับงานน้อยชิ้นไม่ใช่เพราะความเห็นแก่ตัว แต่เพราะเห็นแก่งานส่วนรวมที่เราแบกไว้ต่างหาก เราไม่กลัวเหนื่อย แต่กลัวงานออกมาไม่ดี แต่ละคนต่างมีจุดยืนของตัวเอง ฉะนั้น โปรดอย่าบังคับให้ใครต้องเปลี่ยนไปตามใจเราเลยดีกว่า
เริ่มพล่ามนอกเรื่อง จริงๆแค่อยากระบายความรู้สึกส่วนตัว ที่เรามีต่องานต่างๆ ที่ได้สัมผัสมาเท่านั้นเอง
งานชมรมดนตรีพื้นเมือง เป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข ผ่อนคลาย ถึงยังเล่นไม่เอาไหน แต่ก็สบายใจเมื่อได้ซ้อมเล่นกับเพื่อนๆในชมรม อาจเป็นงานที่ทำแล้วเป็นสุขที่สุด(เครียดน้อยที่สุด)เลยก็ว่าได้ ตอนหลังกลับไม่ค่อยได้เข้าไปแล้ว เพราะงานอื่นรัดตัวไว้แทบไม่ให้กระดิกไปไหน
งานโครงการฯ เป็นงานที่ทำแล้วรู้สึกว่าเรามีคุณค่า ถ้าได้ทุ่มเททำงานจะรู้สึกมีความสุข สนุกเมื่อได้ทำงานกับเพื่อนๆ แม้ความเห็นจะแตกต่างกันบ้าง แต่รู้สึกว่าทุกคนทำด้วยความตั้งใจและอุดมการณ์ มันเป็นเสน่ห์ที่หาไม่ได้จากงานไหนๆ ช่วงนี้ยังต้องให้ความสำคัญรองลงมา เพราะมีงานอื่นที่หนักและด่วนมากมาย
งานคณะ อาจได้แชมป์งานที่ทำแล้วเป็นสุขน้อยที่สุด (เครียดมากที่สุด) สาเหตุหลักไม่ใช่เพราะลักษณะงาน แต่เพราะบรรยากาศการทำงานอันเป็นผลมาจากเพื่อนร่วมงาน งานนี้ถ้าถลำลึกลงไปแล้วต้องไม่อาจปลีกตัวออกมาได้ ไม่ใช่เพราะถูกคนอื่นบังคับ แต่เพราะใจไม่แข็งพอ ยิ่งเห็นปัญหาหนักยิ่งอยากแก้ไข สุดท้ายก็ถอนตัวไม่ขึ้น แต่เรามีงานอื่นที่ต้องทุ่มเท ฉะนั้น เราจึงป้องกันตัวเองอย่างที่สุดไม่ให้ก้าวเข้าไปในงานนี้ลึกเกินไป เดี๋ยวถอนตัวกลับไม่ทัน
งานชมรมดาราศาสตร์ ที่ยังทำงานนี้มีเหตุผลซับซ้อน อธิบายไว้ใน blog “Astronomy VS Academic Club” เป็นชมรมของเพื่อนฝูงและพี่ชาย เวลาทำงานมักรู้สึกผิดเพราะไม่อาจทุ่มเทได้เท่าที่ควรจะเป็น หากมีงานล้นมือคงต้องตัดใจจากมาสักวันหนึ่ง
งานเมเจอร์ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุขทางใจอย่างมาก งานนี้นำพาให้เราได้รู้จักเพื่อนใหม่ รู้จักคำว่ามิตรภาพ การทำงานมีบรรยากาศความเป็นเพื่อนที่ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงาน ความรู้สึกนี้หาไม่ได้จากกิจกรรมไหน แต่ยังไงเราก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจจากงานเดิม มาทุ่มเทให้งานนี้ได้ คาดหวังอย่างที่สุดว่าเพื่อนจะเข้าใจเรา เราจะมาช่วยเพื่อนทำงานอย่างที่เราทำในงาน Bioเพื่อชุมชน ทั้งที่ไม่มีตำแหน่งใดๆเลยก็ตาม แต่เราไม่อาจเป็น Head สำหรับเมเจอร์ หรือแม้แต่แผน Genetics เราไม่สามารถรับงานที่มากกว่านี้แล้วจริงๆ
งานชมรมวิชาการ งานนี้ก่อนเริ่มต้นมีความสุขอย่างเปี่ยมล้น แต่พอก้าวเข้ามาเป็น staff เต็มตัว(ปี1)พบความจริงที่แตกต่างจากจินตนาการเกือบสิ้นเชิง ยังไงก็ตาม เป็นงานที่ครองพื้นที่ในใจเรามากที่สุด หนักที่สุด เหนื่อยที่สุด และเครียดที่สุด เป็นงานที่เราทุ่มเทกับมันมากที่สุด ท้อที่สุด แต่เป็นงานสุดท้ายที่เราจะทิ้ง ความสำเร็จและล้มเหลวของงานนี้ แทบจะเปรียบเปรยได้กับคำว่า ขอแลกด้วยชีวิต เราไม่ได้รักงานนี้แบบหน้ามืดตามัว มองอย่างมีสติ นี่เป็นงานที่ตอบเป้าหมายในชีวิตของเราได้มากที่สุด เมื่ออนาคตเราตั้งใจทำงานเพื่อพัฒนาการศึกษาให้เด็กจำนวนมาก วิชาการเปิดโอกาสให้เราได้ลองทำฝันให้เป็นจริง
ทำแล็บ งานนี้เพื่ออนาคตที่สดใสในด้านวิทยาศาสตร์ ความสำคัญเทียบเท่าเรียน และชมรมวิชาการ ความเหมือนของงานทั้ง 3 อย่างนี้ คือเป็นหนทางที่จะบรรลุอุดมการณ์ที่มุ่งหวัง จึงเป็นงานที่ทิ้งไม่ได้ เราจะต้องทำแล็บให้ได้งานที่เป็นชิ้นเป็นอัน ตอนนี้จึงต้องขยันแบ่งเวลาเป็นพิเศษ เมื่ออาจารย์เปิดโอกาสให้คนงานยุ่งอย่างเราได้เข้าไปหาประสบการณ์ เราต้องไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวังอย่างเด็ดขาด
เรียน งานนี้ย่อมสำคัญเป็นอันดับ 1 แต่ไม่ใช่หนึ่งเดียว อย่างที่บอก ว่ามันสำคัญเท่ากับการทำแล็บ และงานชมรมวิชาการ แต่สถานการณ์มักจะบังคับให้มันเป็นงานที่ด่วนที่สุด เพราะเป็นงานที่หากล้มเหลวจะกระทบงานอื่นทั้งหมด และเป็นงานที่พลาดแล้วเอาคืนไม่ได้ สรุปแล้วให้ความสำคัญเท่ากัน แต่ต้องให้สิทธิเรียนมาก่อนเสมอ ถึงจะพูดอย่างงั้น แต่เราชอบหลุดจากโลกของการเรียน ไปสู่โลกของการทำงานบ่อยๆ กว่าจะดึงสมองกลับสู่เรื่องเรียนต้องใช้พลังงานมหาศาลในการเตือนสติตัวเอง หวังว่าเราจะประคองมันให้ผ่านไปได้ด้วยดี
- - - - - - - - - - - - - - - - - - ขอใช้สัญชาตญาณในการเลือกทางเดิน
|
|
|