Profil de Angelic HeartA Little Corner of Ideal...PhotosBlogListesPlus Outils Aide

Blog


30 mai

น้องสาวคนเล็ก

 

ตั้งแต่ลืมตาดูโลก ก็ได้เป็นน้องเล็กสุดของบ้านมาโดยตลอด

เคยรู้จักแต่คำว่า น้องสาวที่ดี เรียนรู้ที่จะรับอย่างเหมาะสม รับอย่างพอดี

เพราะเป็นน้องเล็กสุด ที่ทุกคนต้องดูแลเอาใจใส่ ต้องแนะนำสอนสั่ง และต้องได้สิ่งที่ดีที่สุดก่อนคนอื่น

แม้ไม่ใช่คนเอาแต่ใจ และพยายามเรียนรู้ที่จะให้ แต่ก็ทำอย่างไม่เต็มที่ เพราะความเป็นน้องเล็กสุด

เพราะรู้ตัวว่าได้รับมาอย่างมากมาย จึงใฝ่ฝันไว้ว่า จะต้องให้ได้มากเหมือนกัน ในเมื่อให้คนในบ้านได้ไม่เต็มที่ ก็ต้องให้แก่คนอื่น

 

วันนี้ ถือว่าได้เริ่มต้นทำฝันให้เป็นจริงแล้ว

 

เพราะมีน้องสาวคนเล็กเข้ามา น้องสาว... ที่ทำให้น้องเล็กสุดได้กลายเป็นพี่สาว

น้องสาว... ที่ทำให้น้องเล็กสุดได้กลายเป็นผู้ให้บ้าง

น้องสาว... ที่ไม่ว่าพี่สาวจะมอบอะไรให้ไปมากเท่าไหร่ กลับรู้สึกว่าได้รับกลับคืนมามากยิ่งกว่า

น้องสาว... ที่ทำให้พี่สาวภูมิใจเสมอ

น้องสาว... ที่ดีที่สุดของพี่สาวคนนี้

 

ไม่ต้องกังวลนะว่า พี่สาวจะคาดหวังให้น้องของพี่เป็นคนดีหรือเป็นคนเก่งสักแค่ไหน

เพราะสิ่งเดียวที่พี่สาวคาดหวัง คือให้น้องสาว ยังคงเป็นน้องสาวตลอดไป

เป็นอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ หรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างที่น้องสาวอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง

 

ไม่ว่าอนาคตอันใกล้ น้องสาวจะอยากอยู่ใกล้พี่สาวกับพี่ชายต่อไป หรืออยากไปในที่ๆห่างไกลกว่า

ไม่สำคัญหรอกนะ ไม่สำคัญจริงๆ เมื่อเทียบกับความฝันของน้องสาว

นึกถึงเพลง ที่ว่างเข้าไว้ เมื่อเวลานั้นมาถึงจริงๆ พี่สาวขอมอบเพลงนี้ให้น้องสาวเลย

เพราะระยะทาง ไม่ได้ทำให้ความรักระหว่างเราทั้งสามลดน้อยลง

ไม่ว่าน้องสาวเลือกทางไหน พี่สาวกับพี่ชายอยู่ข้างน้องสาวเสมอ...

 

...ต่อไป ไม่ต้องร้องไห้คนเดียวอีกนะ พี่สาวอยู่ตรงนี้แล้ว... ^^

 

28 mai

พี่ชายคนที่ 3

 

ตั้งแต่ลืมตาดูโลก บุคคลที่มีอิทธิพลต่อชีวิตเราที่สุด ถ้าไม่นับพ่อกับแม่ ก็คือพี่ชายทั้งสองคนนี่แหละ

พี่ชาย ที่สอนให้น้องสาวรู้จักคำว่าเสียสละ คำว่าคุณธรรม คำว่าฉลาด และคำอื่นๆอีกหลายคำ

พี่ชาย ที่ทำให้น้องสาวรู้ว่าความรักระหว่างพี่น้องมันสำคัญมากแค่ไหน สำคัญ...มากกว่าชีวิตตัวเอง

พี่ชาย ที่ทำให้น้องสาวมีความรักที่อบอุ่นอยู่เสมอ โดยไม่ต้องไปแสวงหาความรักที่ไหนอีก

พี่ชาย ที่ทำให้น้องสาวรู้จักคุณค่าของคำว่า พี่ชาย และไม่เคยใช้มันอย่างพร่ำเพรื่อกับคนอื่น

 

นอกจากพี่ชายทั้งสอง วันนี้น้องสาวมีพี่ชายเพิ่มขึ้นอีก 1 คน

 

พี่ชายคนที่ 3...

พี่ชายที่แสนดี พี่ชายที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดใดๆ แต่กลับผูกพันทางใจอย่างมากมายเกินบรรยาย

พี่ชายที่คอยดูแลน้องสาวตลอดเวลา โดยไม่แคร์สายตาคนอื่นที่เข้าใจผิด

พี่ชายที่ทำให้น้องสาวรู้สึกเศร้าทุกครั้ง เมื่อนึกถึงสิ่งที่พี่ชายเสียสละไปเพื่อให้ได้ดูแลน้องสาว

พี่ชายที่น้องสาวห่วงใยและไม่เคยแคร์ใครมากมายเท่านี้มาก่อน (นอกจากน้องสาวคนเล็กอีกคน)

 

พี่ชาย ที่อาจทำให้เพื่อนในโครงการฯเกือบทั้งหมดงงงัน ไม่เชื่อสายตาตัวเอง ว่าในโลกนี้ยังมีความสัมพันธ์แบบนี้เกิดขึ้นได้จริงหรือ

ไม่ว่าเค้าจะเชื่อหรือไม่ แต่น้องสาวเชื่อในเราทั้งสามคน

 

ตั้งแต่เข้ามาเรียนในมหาลัย ไม่เคยมีวันไหนรู้สึกอบอุ่นเท่าวันนี้ เหมือนมีญาติสนิทอยู่ใกล้ๆ อีกครั้ง

 

น้องสาวเคยบอกแล้วใช่ไหมว่า น้องสาวไม่เคยมีปัญหาเรื่องความรัก เพราะน้องสาวไม่เคยขาดความรัก ความรักจากพี่ชายทั้งสอง มันเต็มเปี่ยมในใจน้องสาวอยู่เสมอ

และน้องสาวไม่กลัวที่จะผิดหวังจากความรัก (แม้จะยังไม่เคยก็ตาม) เพราะถึงผิดหวัง ก็มีความรักจากพี่ชายคอยรองรับอยู่ จึงไม่ต้องกลัวว่าจะเจ็บมาก

 

วันนี้ น้องสาวอยากบอกพี่ชายว่า ขอให้พี่ชายกล้าที่จะรัก เหมือนที่เคยเถอะค่ะ

เพราะความรักของน้องสาว จะคอยรองรับพี่ชายอยู่ตลอดเวลา

พี่ชายไม่ต้องกลัวว่าจะผิดหวัง ถึงผิดหวังก็จะไม่เจ็บมากอีก เพราะมีน้องสาวอยู่

และแม้จะยังไม่เจอความรักใหม่ แต่พี่ชายอย่าได้รู้สึกว่าขาดความรักอีกต่อไป

เพราะพี่ชายมีความรักจากน้องสาวแล้วยังไงล่ะ ถ้ามันไม่พอ ขอเพียงพี่ชายบอก น้องสาวจะเติมความรักให้จนกว่ามันจะเต็มในใจของพี่ชาย

 

...วันนี้ พี่ชายไม่ได้โดดเดี่ยวแล้วนะคะ น้องสาวอยู่ข้างๆพี่ชายตรงนี้ไง... ^-^

 

11 mai

การเดินทางของเอลาเรส: ตอนที่ 1 ความหลากหลายของ...รัก...

*ตำนานนี้ไม่อาจบอกที่มาที่ไป ทั้งไม่อาจยืนยันว่าสิ่งไหนจริงสิ่งไหนเท็จ

 

นานมาแล้ว มีนักเดินทางนามว่า เอลาเรส เป็นผู้นิยมท่องเที่ยวไปในทุกหนทุกแห่ง จึงพบเห็นเรื่องราวต่างๆมากมายๆทั่วทั้งจักรวาล ทำให้เธอเป็นผู้มีความรู้มากมายหลายแขนง ครานี้ เอลาเรสได้จดบันทึกเรื่องราวความรักของเด็กสาวทั่วโลกไว้

 

อาริกะ เป็นเด็กสาวอายุน้อย ได้สนิทสนมกับรุ่นพี่ผู้อาวุโสกว่า 5 ปี เป็นเวลาช่วงหนึ่ง

เขาชื่นชมในความเป็นผู้ใหญ่เกินวัย และความมีเหตุผลอันละเอียดอ่อนของเธอ จนเกิดเป็นความรัก

หลังจากที่คุ้นเคยกัน 1-2 ปี เขาแสดงความรู้สึกที่มีต่อเธอชัดเจนมากขึ้นผ่านทางจดหมาย ทั้งยังเข้าใจว่าเธอก็รู้สึกเช่นเดียวกับเขา

อาริกะตอบจดหมายยาวขนาดหนึ่ง ปฏิเสธว่าเธอเพียงเคารพเขาเป็นรุ่นพี่คนหนึ่ง และอยากให้เขามองเธอเป็นรุ่นน้องคนหนึ่งเช่นกัน

เขาตอบกลับมาแฝงความผิดหวังว่า เธอรู้สึกเช่นนั้นไม่เป็นไร แต่เขาคงไม่อาจเปลี่ยนใจได้

เธอไม่อยากให้เขาคาดหวังกับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ทั้งอึดอัดที่จะคุยกับคนที่รู้สึกต่อเธอเช่นนี้ จึงตอบกลับไปว่า หากเขาไม่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกนี้ได้ ก็อย่าได้เขียนจดหมายมาให้เปลืองกระดาษและปากกาอีกเลย เพราะเธอจะไม่อ่าน

ผ่านไปอีก 1 ปี เขายังส่งจดหมายมาอวยพรวันเกิดเธอ

...แต่หลังจากนั้น ไม่เคยมีจดหมายมาอีก...

 

             ไอยาริน เป็นเด็กสาวที่แก่กว่า อาริกะ เล็กน้อย เธอได้รู้จักชายผู้ซึ่งชอบเธออย่างง่ายดายคนหนึ่ง

                                บางที ตอนนั้นเขาเพียงชอบเธอเล่นๆ ภายหลังจริงจังหรือไม่ ไม่ทราบได้

                        เขาและเธอเคยคุยกันอยู่บ่อยครั้งทางอินเทอร์เน็ต

                        เขาถามเธอตรงๆว่า จะขอจีบได้ไหม

เธอตอบจดหมายยาวเหยียด จำไม่ได้ว่ากี่หน้ากระดาษ A4 อธิบายเหตุผลที่เขาไม่มีทางจีบเธอสำเร็จ

ข้อความในจดหมายตรงไปตรงมา ชัดเจนแจ่มแจ้ง แม้เธออ่านเองยังรู้สึกสะเทือนใจอยู่บ้าง

แต่เธอเกลียดที่จะให้ปัญหาความรักมาพัวพันที่สุด จึงยอมตัดไฟแต่แรก ปล่อยให้ถ้อยคำรุนแรงหลุดไป เนื้อความแฝงอารมณ์เคร่งเครียด

เขาตอบเธอกลับมาว่า แท้จริงเขาเปลี่ยนจากความรักแบบวัยรุ่น มาเป็นความประทับใจและความนับถือต่อเธอแล้ว จดหมายอันก่อนเพียงแค่ล้อเล่นเท่านั้น

เธอตอบจดหมายเขาด้วยดี ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งสองยังคงคุยกันด้วยดีเช่นเดิม

แต่ไอยารินกลับรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง คำพูดหยอกล้ออย่างคนคุ้นเคยกลับไม่มีให้เห็นอีก เขาเปลี่ยนไปหลังจากจดหมายฉบันนั้น

ไอยารินรู้สึกเสียใจเล็กๆ เพราะระแวงว่าเขาได้เสียใจกับจดหมายของเธอหรือไม่ก็อึ้งและเกรงกลัวเธอมากกว่าเดิมจนไม่กล้าล้อเล่นเช่นเมื่อก่อน

...ไอยารินเสียใจ ที่ทำให้คนอื่นต้องเสียใจ...

 

             นาธาร่า เธอแก่กว่าไอยารินเล็กน้อย เคยสนทนาทางไกลกับชายผู้ที่มีอุดมการณ์คล้ายกันหลายปี

                                เขามีปัญหาที่หนักหนาทางใจ นาธาร่าคิดช่วยแก้ไข ไม่สนใจระยะห่างที่ควรรักษาไว้

                        เพราะเธอคิดว่า หากสามารถช่วยคนผู้นี้ได้ จะเป็นประโยชน์กับคนอีกมหาศาล

                        แต่เธอไม่เคยรู้สึกกับเขาเป็นอย่างอื่น นอกจากเพื่อนร่วมอุดมการณ์

เหตุการณ์หลายอย่างผ่านไป เธอเริ่มรู้สึกว่าเขามีจิตใจอีกด้านที่อันตราย การทดสอบหลายอย่างทำให้เธอรู้ว่า เธอไม่อาจเสี่ยงชีวิตและอุดมการณ์ของเธอเพื่อช่วยเขาได้ อีกทั้งเขายังแสดงความเห็นแก่ตัวมากกว่าเดิมเมื่อพบว่าใกล้จะสูญเสียเธอ

นาธาร่า เชื่อมั่นว่า การจะรู้จักคนๆหนึ่งอย่างดีได้ ต้องมองการกระทำที่เขาแสดงออกยามเกิดการสูญเสีย

เธอค้นพบแล้ว ว่าเขารักตัวเองมากที่สุด หาใช่รักเธออย่างที่เขาเคยบ่งบอกหรือคิดไปเองไม่

เธอไม่เคยรักเขา เธอมั่นใจ แต่เขาคล้ายไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ เมื่อไม่สมหวัง ทั้งยังรู้สึกว่าตนเองไม่ผิด ความรู้สึกที่ดีจึงกลายเป็นความแค้น

เธอไม่เคยแค้นเขา แท้จริงเธออโหสิให้เขาแล้ว

แต่เขาไม่ได้ทำเช่นนั้น เขามีปัญหาทางใจภายในตนเองที่ยากจะทำให้ตาสว่าง เพราะเขามุ่งแต่แก้ปัญหาที่คนอื่น เพราะเชื่อว่าไม่อาจแก้ปัญหาที่ตัวเองได้ เขาทำเพื่อหาทางรอดให้ตัวเอง

นาธาร่าทราบว่านี่เป็นปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตเธอ เพราะเธอไม่มีทางหลุดจากการคุกคามของเขาได้ และตอนนี้เขาก็ยังคงคุกคามเธอผ่านวิธีการต่างๆทางอ้อม

...เธอยังคงใช้ชีวิตปกติ ไม่อาจเป็นทุกข์กับปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไข หากแม้วันหน้าเธอจะได้รับผลร้ายแรงเพียงใด บาปนั้นย่อมตกอยู่กับเขา ไม่ใช่เธอ...

 

             เซียงเซียง อายุมากกว่าเด็กสาวทุกคนที่กล่าวมา ได้รู้จักเพื่อนใหม่ที่ให้ความนับถือเธอคนหนึ่ง

แม้เขาประทับใจเธอ เนื่องจากความมีเหตุผล จริงจัง และความดีบางประการที่อาจไม่ค่อยได้พบเจอในผู้หญิงส่วนใหญ่

แต่เธอไม่ได้ประทับใจเขา ทั้งมีข้อเสียบางประการในการทำงาน ที่เธอไม่อาจยอมรับนับถือ

เขายังมีข้อเสียประการยิ่งใหญ่ คือยิ่งเธอพยายามรักษาระยะห่างไว้เท่าไหร่ เขากลับพยายามเข้าใกล้เธอมากขึ้น อย่างไม่รู้สึกรู้สาว่าเธอไม่ชมชอบเขา

เขามีข้อดีที่หายากนักในคนทั่วไป ทว่าข้อเสียบางประการหนักหนาจนเธอรับไม่ไหว

แน่นอนว่าหากเป็นฐานะเพื่อน แม้มีข้อเสียมากกว่านี้สิบเท่า เซียงเซียงไม่มีทางถือสา

แต่หากเป็นฐานะที่ใกล้ชิดกว่านี้ (แต่มิใช่สำคัญกว่า สำหรับเธอ ไม่ได้เห็นว่าแฟนสำคัญกว่าเพื่อน) เซียงเซียงกลับเพิ่มข้อแม้เงื่อนไขเป็นทวีคูณ ที่ผ่านมา แทบไม่มีใครผ่านกำแพงใจเข้าใกล้เธอได้ มีแต่คนถูกกระแทกกลับไป ได้รับบาดเจ็บทั้งสิน

เซียงเซียง อดทนที่สุดเป็นระยะเวลาหนึ่ง แล้วก็ไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป จำต้องให้เพื่อนสนิทบอกกล่าวคำพูดรุนแรงแก่เขา ทั้งนี้ ที่ไม่พูดเองเพราะในใจยังต้องการรักษาไมตรีเอาไว้

มิคาดเขาปฏิเสธว่าเพียงนับถือเธอแบบเพื่อนเท่านั้น แม้พฤติการณ์หลายอย่างขัดแย้ง แต่เซียงเซียงเปิดใจกว้าง ไม่คิดตัดสินว่าความจริงเป็นอย่างไร บอกให้เขาและเธอกลับมาคุยกันเป็นเพื่อนเช่นเดิม แต่ให้เขาช่วยรักษาระยะห่างไว้ เพราะเธอไม่อาจห้ามปฏิกิริยารุนแรงที่จะตอบสนองกลับไปได้

ผ่านไปช่วงหนึ่ง เธอกลับรู้สึกว่าเขาเข้าใกล้เธอมากไปอีก แม้มองภายนอกเป็นเรื่องงาน แต่กรณีนี้ เรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวข้องอย่างแยกไม่ออก ทำให้เธอเริ่มไม่ชอบเขาอีกครั้ง เธอเริ่มแสดงออกถึงความเย็นชากับเขา

ผ่านไปอีกช่วงหนึ่ง เธอบังเอิญได้อ่านความรู้สึกของเขาที่มีต่อเหตุการณ์ที่ผ่านมา ถึงกับอึ้งไป

ไม่เพียงให้ความสำคัญกับเธออย่างสูง ยังบ่งบอกถึงความสับสนวุ่นวายใจที่เขามีต่อการกระทำของเธอ

เธอถึงกับรู้สึกว่า ได้ทำร้ายคนอย่างร้ายแรงโดยไม่ตั้งใจ

...ตั้งแต่นั้นมา เธอพยายามเปิดใจกว้างกว่าเดิมอีกหลายเท่า ลบอคติที่เคยมีทิ้งไป สนทนากับเขาดังเช่นเพื่อนที่มีอุดมการณ์คล้ายกัน...

 

           แพตตาริน อายุพอๆกับเซียงเซียง ได้พบเพื่อนชายคนแรกที่แสดงออกอย่างตรงไปตรงมาว่าคิดจีบเธอ

ความรู้สึกของแพตตาริน นับถือเขาเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง เธอไม่คิดอะไรกับข้อความหวานเสี่ยวที่เขาส่งมา ทั้งรับของขวัญในวันแห่งความรักเพราะไม่อาจปฏิเสธได้

เขากับเธอเพิ่งรู้จักกันไม่นาน เธอไม่ปิดกั้น ตรงข้ามเปิดโอกาสให้เขารู้จักเธอเพิ่มขึ้นอีกหลายทาง

แต่เธอพบว่า เขาเร่งรีบรุก พุ่งเป้าเพียงให้เธอตกลงคบหา ละเลยที่จะทำความรู้จักเธอมากขึ้นในฐานะเพื่อน

แพตตาริน ไม่ได้โกรธเคือง แต่ย่อมไม่มีทางตอบรับเขาที่เป็นเช่นนี้ เธอทำให้ความพยายามของเขา กลายเป็นเกลือหนึ่งกำมือละลายลงสู่มหาสมุทร ไม่ได้มีผลให้ท้องน้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

...เขาเริ่มห่างเหินไป เธอไม่ทราบว่าเขารู้สึกอย่างไร แต่หากพบกันอีก เธอยังคงคุยกับเขาได้เหมือนเพื่อนคนหนึ่งเช่นเดิม

 

           สายน้ำ ได้พบกับเพื่อนชายที่มีความฝันในแนวทางเดียวกันคนหนึ่ง

เขาและเธออยู่ห่างไกล หากไม่ใช่เพราะได้เข้าร่วมกิจกรรมเดียวกัน แทบไม่มีโอกาสจะได้พบกันอีก

เธอไม่ทราบว่าเขาชอบเธอตั้งแต่เมื่อใด แต่ตอนนี้คล้ายเขาพยายามอย่างมากที่จะให้เธอได้รู้ความในใจ เพียงแต่ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากตรงๆ

แม้จะแสดงออกอ้อมๆอย่างมากผ่านคำพูดและตัวหนังสือ เขาดูยังระแวงว่าเธอยังไม่รู้ใจเขา บางทีอาจเพราะเธอไม่ยอมแสดงออก

...แต่เธอภาวนาให้เขาห้ามใจ หยุดไว้เพียงเท่านี้

สาเหตุแรก เพราะเธอไม่ได้ชอบเขา และไม่มีทางจะชอบเขาได้ ด้วยคุณสมบัติของเขา ไม่ว่าจะมองผิวเผินหรือละเอียดลึกซึ้งล้วนไม่ตรงใจเธอ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ดี แต่คนที่ไม่ใช่ ก็คือไม่ใช่

ตรงข้าม เขาใช่สำหรับการเป็นเพื่อนเธอมากกว่า

สาเหตุสอง เพราะเขาแคร์เธอมากเกินไป แคร์มาก จนเธอไม่อาจไม่แคร์ตอบ

ไม่ใช่ว่าเธอหวั่นไหว แต่เพราะไม่อาจทำร้ายคนที่อ่อนไหวต่อเธอมากขนาดนี้ เขาคงสงสัยมากว่าเธอชอบเขาบ้างหรือไม่ กังวลว่าเธอจะรู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่เขาทำ ทั้งกลัวว่าจะไม่ได้พบเธออีก เธอรู้ตัวว่าสร้างความว้าวุ่นใจแก่เขาไม่นอ้ย

เพราะสองเหตุนี้ สายน้ำจึงไม่อยากบอกปัดเขาตรงๆ ภาวนาเพียงให้เขาเข้าใจสิ่งที่เธอแสดงออกทางอ้อม แล้วตัดใจเสีย

หากปล่อยให้นานกว่านี้ วันหนึ่งเขาบอกความรู้สึกกับเธอตรงๆ ไม่เท่ากับบังคับให้เธอปฏิเสธเขาตรงๆหรือ?

เธอไม่อยากทำให้เขาเจ็บปวด แต่ก็ไม่อาจรับรักจากคนที่เธอไม่รักได้

...ภาวนาให้เขาเข้าใจความหมายที่เธอพยายามสื่อ หากรู้แน่ว่าเบื้องหน้าคือเปลวเพลิงแห่งความผิดหวังและโศกเศร้า ยังเจอเดินเข้าไปหาทำไม?...

 

               

                ยังมีเรื่องราวความรักปลีกย่อยของหญิงสาวอีกหลากหลาย หากบรรยายถึงเอลาเรสคงเกรงว่าผู้คนจะรับฟังจนชินชาเบื่อหน่าย จึงหยุดบันทึกเรื่องราวไว้เท่านี้

 

 

----------------------------------------------------------------

            แม้เอลาเรสจะเดินทางไกล พบเจอเรื่องราวหลากหลาย แต่จะไม่บันทึกเผยแพร่หากไม่เห็นว่าเป็นเรื่องราวสำคัญ เพียงแต่ผู้คนมีสายตาแตกต่าง ไม่ใช่ทุกคนที่จะรับรู้ได้ว่า บันทึกแต่ละตอนของเอลาเรสสำคัญที่ตรงไหน

 

10 mai

นิยาย vs เรื่องจริง (1)

 

มังกรคู่สู้สิบทิศ I

 

มังกรหนึ่ง โคว่จง มีคุณธรรม ใฝ่รู้ นิสัยทะเยอทะยาน คิดช่วงชิงความเป็นฮ่องเต้ มุ่งหวังปกครองไพร่ฟ้าประชาชนให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข

มังกรสอง ฉีจื่อหลิง มีคุณธรรม ใฝ่รู้ นิสัยชอบสันโดษ ไม่แก่งแย่งชิงดี เป้าหมายสูงสุดคือพบความสงบสุขแห่งจิตใจ

...มังกรสองพี่น้องนี้ต่างรักอีกฝ่ายมากกว่าชีวิตตน...

 

เมื่อโคว่จงตัดสินใจช่วงชิงแผ่นดิน ฉีจื่อหลิงแม้ตนไม่ต้องการ แต่ก็ช่วยพี่น้องสุดชีวิต

...สภาพบ้านเมืองที่ปั่นป่วนวุ่นวาย ปณิธานของโคว่จงอาจนับได้ว่าสำคัญกว่าปณิธานของฉีจื่อหลิง...

โคว่จงไม่ว่าเผชิญอุปสรรค ทั้งศัตรู ความรัก และการสูญเสีย ไม่เคยคิดล้มปณิธานอันยิ่งใหญ่ของตนเอง

หากแม้นได้เป็นฮ่องเต้จริง จะสามารถนำพาราษฎรจำนวนมากพ้นจากความทุกข์ยากสาหัส

...ปณิธานนี้ไม่ว่ามองมุมไหน ล้วนไม่ควรล้มเลิก...

 

ทว่าครั้งหนึ่งเมื่อพี่น้องจำต้องแยกกันเผชิญศัตรูคนละทิศ

โคว่จงกลับระลึกแน่วแน่ว่า หากแม้นฉี่จื่อหลิงถูกศัตรูฆ่าตาย เขายินดีละทิ้งทุกปณิธานในชีวิต มุ่งแก้แค้นให้แก่ฉืจื่อหลิงเท่านั้น

...นี่ไยไม่สะท้อนให้เห็นความรักที่โคว่จงมีแก่พี่น้องผู้นี้...

 

……................

เรื่องนี้ นับว่าทั้งคล้ายและไม่คล้ายความจริงของผู้อื่น

ที่ไม่คล้ายคือ ความจริงนี้ของผู้อื่นไม่มีความแค้นเข้ามาเกี่ยวข้อง

...โคว่จงเอย นี่กลับคล้ายที่ผู้อื่นยินยอมทิ้งอุดมการณ์ทั้งหมดได้เพื่อบิดาและพี่น้องเมื่อถึงคราวจำเป็น

โลกนี้มีท่านเข้าใจผู้อื่นเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง...

                ยามบุพการีและพี่น้องได้รับความสาหัสทุกข์เข็ญ ยังมีอุดมการณ์อันใดสำคัญกว่าช่วยเหลือพวกเขาอีก?