Angelic Heart's profileA Little Corner of Ideal...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
April 30 อุดมการณ์...
มีคนเคยถามฉันว่า... ความใฝ่ฝันสูงสุดของฉันคืออะไร? ฉันตอบว่า... ฉันอยากสร้างโรงเรียนมัธยมที่ดีที่สุดให้เด็กไทย
เค้าถามต่อว่า... ทำไมล่ะ? ฉันตอบว่า... เพราะฉันเคยเป็นเด็กมัธยมที่แสวงหาความสุขและความสำเร็จจากการเรียนตลอดเวลา แต่น้อยครั้งที่จะได้พบมันอย่างแท้จริง แม้ว่าฉันจะเรียนจบมัธยมแล้ว ไม่มีโอกาสค้นพบมันให้ตัวเองอีก ฉันก็อยากจะสร้างมันขึ้นมาให้กับเด็กทุกคนที่ใฝ่ฝันถึงมัน
เค้าบอกว่า... มันยากนะ ฉันตอบว่า... ไม่เป็นไร ฉันจะลองพยายามดู ...ก็มันเป็นความฝันสูงสุดของฉันนี่นา... ...ฉันตั้งใจจะทำอะไรหลายอย่าง เพื่อคนจำนวนมากในอนาคต ...อุดมการณ์นี้ ไม่อาจทิ้งไปได้ง่ายๆ ...อุดมการณ์นี้ ต้องรักษาเท่าชีวิต
เค้าถามว่า... แล้วพ่อแม่ล่ะ สำหรับฉันสำคัญแค่ไหน? ฉันหัวเราะ แล้วตอบว่า... สำคัญพอที่จะทำให้ฉันทิ้งอุดมการณ์ทั้งหมดเพื่อท่านได้เลยล่ะ
แล้วเค้าก็ถามว่า... ทำไมอุดมการณ์ของเอมมันทิ้งได้ง่ายจัง? ฉันตอบเค้าว่า... มันไม่ง่ายหรอก ...ไม่ง่าย ที่จะทิ้งสิ่งที่ฉันให้ความสำคัญขนาดนี้ไป เพราะมันสำคัญเท่าชีวิตฉันเลยทีเดียว ...แต่ครอบครัวของฉัน สำคัญยิ่งกว่าชีวิตฉันเสียอีก ...หากถึงคราวที่จำเป็นต้องเลือก ฉันเลือกพ่อและพี่ชายมาก่อนความฝันทั้งหมดอย่างแน่นอน ...ถ้าแม่ยังอยู่ ฉันคงได้เลือกแม่ก่อนด้วยเหมือนกัน... ได้แต่หวังว่า เวลาที่ต้องเลือกจะไม่มีวันมาถึง ตอนนี้ฉันจึงสามารถดูแลทั้งอุดมการณ์และครอบครัวได้สองอย่างพร้อมกัน
เชื่อว่ามีน้อยคนที่เข้าใจฉัน ฉันเองก็ขี้เกียจหาคำมาอธิบาย แต่ฉันเชื่อมั่นว่าฉันเลือกไม่ผิด เพราะพวกเขาดีเพียงพอที่จะได้รับเลือก พวกเขา คนที่สร้างฉันขึ้นมาให้มีอุดมการณ์เช่นนี้ควรได้รับสิทธินั้น ...ถ้าไม่เสียแม่ไปก่อน คงไม่มีวันคิดได้อย่างนี้...
...แม่คะ หนูต้องทำความดีให้คนกี่ร้อยคน กี่พันครั้ง ถึงจะชดเชยเวลาที่หนูไม่ได้ทำดีกับแม่ได้หมด...
ไม่มีประโยชน์ที่จะนั่งเศร้ากับอดีต ต้องทำปัจจุบันให้ดีเพื่ออนาคตต่างหากเล่า อย่าให้พลาดอีกล่ะ ดวงใจวิเศษ!
April 29 บทกวีแห่งปณิธานน้อยคนนักจะพบคำตอบว่าชีวิตเกิดมาเพื่ออะไร แต่แม้ว่ายังไม่พบคำตอบ หลายคนได้ตั้งปณิธานชีวิตไว้แล้วด้วยตนเอง แม้ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม แต่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปเพื่ออะไร หนึ่งชีวิตที่น้อยนิด หากแม้นได้สร้างคุณประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ นั่นย่อมเป็นความภูมิใจสูงสุดมิใช่หรือ? -------------------------------------------------
แม้นข้าฯ เป็นได้ อย่างใจฝัน จะเปลี่ยนผัน กายเป็น เช่นภูผา แข็งแกร่ง มั่นคง ดังพสุธา ให้ชีวา น้อยใหญ่ ได้พึ่งพิง
ขอเป็นไม้ แผ่กิ่งใบ ให้ดอกผล ใช้ลำต้น ปลูกสร้างบ้าน แก่ชายหญิง หรือพักผ่อน เอนกาย ได้แอบอิง พร้อมใบกิ่ง แผ่ขยาย ให้ร่มไว้
บนออกดอก ให้สีสันสวยสด ดูงามงด เพลินตา น่าแจ่มใส ล่างมีราก ดูดซับน้ำ ป้องกันภัย ส่วนผลไม้ ยังกินได้ อร่อยดี
แลขอเป็น เช่นสายน้ำ แสนฉ่ำชื่น กระแสคลื่น ไหลหลั่งริน ทุกถิ่นที่ ซึมซาบ แทรกได้ ทั่วปฐพี เพื่อให้ ทุกชีวี ได้ดื่มใช้
ทั้งเป็นแหล่ง อาหาร อุดมเหลือ เป็นทางผ่าน แล่นเรือ เล็กใหญ่ ยามร้อน หน้าแล้ง ใช้ดับไฟ ป่าใหญ่ ยืนยงได้ เพราะสายธาร
หากแม้น สามสิ่งนี้ ที่ขอไว้ ยิ่งใหญ่ เกินจะ อธิษฐาน ข้าฯขอเป็น เพียงสิ่งเล็ก ที่คงนาน
จึงคาดหวัง ให้สม ดั่งใจ
ขอเป็น เทียนวิเศษ เล่มน้อย
ที่ไม่คอย ให้ลมพัด ดับวูบไหว
ส่องใจ ให้คน เห็นสิ่งดี
ปณิธาน ตั้งไว้ ไม่แปรเปลี่ยน
จะพากเพียร พัฒนา เต็มที่
สร้างประโยชน์ สุขให้ โลกใบนี้
มอบชีวี นี้ไว้ ให้อุดมการณ์
April 20 แด่... ไอน์สไตน์ (ต่อ)นักวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดเท่าที่เราได้รู้จัก
แรงบันดาลใจ : หนังสือ “แฟ้มลับ FBI ล่าไอน์สไตน์”
Nuclear Bomb ผลพวงจาก E = mc2: ไอน์สไตน์ผิดหรือไม่ *ความเห็นส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
6 สิงหาคม 1945 เครื่องบินของกองทัพสหรัฐฯทิ้งระเบิดปรมาณูใส่เมืองฮิโรชิม่า ทำให้มีคนตายเกือบ 200,000 คน 9 สิงหาคม 1945 ระเบิดลักษณะเดียวกันถูกทิ้งลงในเมืองนางาซากิ จำนวนคนตายใกล้เคียงกัน กองทัพฯปฏิบัติตามคำสั่งของ แฮร์รี่ เอส. ทรูแมน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
เป็นที่ทราบกันดีว่า การค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างมวลและพลังงานในทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์เป็นที่มาของการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ผู้คนบริสุทธิ์ต้องล้มตายเป็นจำนวนมาก ทั้งยังทำให้โลกทุกวันนี้ต้องอยู่อย่างหวาดผวาเพราะความเกรงกลัวภัยอันร้ายแรงจากระเบิดชนิดนี้ คนจำนวนไม่น้อยกล่าวโทษไอน์สไตน์ในฐานะที่เป็นผู้สร้างทฤษฎีนี้ขึ้นมา ทั้งยังเป็นผู้ลงนามในจดหมายที่เรียกร้องให้ประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ริเริ่มโครงการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ด้วย
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ทฤษฎีที่ควรปกปิด?
ธรรมชาติของมนุษย์ โดยเฉพาะนักวิทยาศาสตร์ มีจุดมุ่งหมายที่จะค้นหาความจริงในธรรมชาติ ทฤษฎีสัมพัทธภาพเป็นความจริงส่วนหนึ่งที่เมื่อค้นพบแล้วมีคุณประโยชน์คณานับ มีโทษมหาศาล หากไอน์สไตน์ไม่เปิดเผยทฤษฎีนั้น เป็นไปได้หรือว่า จะไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนใดค้นพบมันอีก? ไม่ว่าจะใช้เวลานานสักเท่าใดก็ตาม ในเมื่อความจริงมันก็คือความจริงอยู่วันยันค่ำ แม้ไม่มีผู้ค้นพบ มันก็ไม่มีวันสูญสลายหายไป นักวิทยาศาสตร์ไม่คนใดก็คนหนึ่ง จะต้องค้นพบมัน ถ้าไอน์สไตน์เกิดช้ากว่านี้สักหลายสิบปีหรือร้อยปี ไม่แน่ว่าเจ้าของทฤษฎีอาจเป็นชื่อคนอื่น หรือหากไอน์สไตน์ค้นพบแล้วปกปิดไว้ อีกร้อยปีข้างหน้าก็อาจมีคนค้นพบมันอีก และร้อยปีที่ผ่านมา ย่อมไม่เกิดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย ที่กลายเป็นปัจจัยจำเป็นอีกอันหนึ่งสำหรับวิถีชีวิตมนุษย์ทั่วโลก
ใช่แค่ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์อื่นๆล้วนเป็นดาบสองคม และเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ยุคนี้ แทบไม่มีใครกล้าปฏิเสธความเจริญที่มาจากความรู้เหล่านั้น แม้อีกด้านหนึ่งมันจะก่อให้เกิดคดีอาชญากรรมมากมายและจุดชนวนสงครามครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ความรู้เหล่านั้นก็ยังคงถูกเปิดเผยอย่างกว้างขวาง หรือพูดอีกอย่างได้ว่า ไม่มีใครสามารถซ่อนความจริงเอาไว้ได้ ดังนั้นทางออก ย่อมมิใช่การปกปิดความจริงเอาไว้ (ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องศึกษาค้นคว้ากันอีกต่อไป เพราะไม่ว่าความรู้ใดเมื่อถูกเปิดเผย ก็สามารถนำไปใช้ได้ทั้งผิดและถูก) แต่เป็นการจำกัดขอบเขตให้ใช้งานเฉพาะในส่วนที่เหมาะสม เป็นการใช้งานอย่างมีสติ คำนึงถึงผลได้ผลเสียอยู่เสมอ ดังคำพูดที่ว่า “วิทยาศาสตร์ไม่ผิด คนใช้วิทยาศาสตร์ต่างหากที่ผิด” ...ผู้คนพบความรู้ย่อมไม่ผิด ผู้ใช้ความรู้ในทางเสียหายนั่นแหละที่ผิด...
แต่เบื้องหลังสงคราม อาจมีรายละเอียดที่ซับซ้อนกว่านั้น...
เพิ่มเติม มีคนบอกว่า ขณะที่ค้นพบสมการ E=mc2 ใหม่ๆ ทฤษฎียังคงห่างไกลจากความเป็นจริงมาก ไอน์สไตน์ขณะนั้นอาจไม่เคยคิดว่ามันจะนำไปสู่การสร้างอาวุธร้ายแรงได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นหลายสิบปี ไอน์สไตน์ก็เป็นคนสนับสนุนให้มีการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ขึ้น
ทำไมต้องเขียนจดหมายถึงประธานาธิบดีรูสเวลต์?
ไอน์สไตน์เคยเขียนจดหมายถึง ปธน.รูสเวลต์ถึง 4 ฉบับ เนื้อความในจดหมายมีทั้งเรียกร้องให้สร้างระเบิดนิวเคลียร์ แนะนำการซื้อแร่ยูเรเนียม และสนับสนุนให้ลีโอ ซีลาร์ดได้มีส่วนช่วยในโครงการดังกล่าวก่อนที่เยอรมนีจะสร้างได้สำเร็จ นั่นอาจเป็นความรับผิดชอบที่ไอน์สไตน์ไม่อาจปฏิเสธได้
โดยนิสัยที่แท้จริงของไอน์สไตน์แล้ว สนับสนุนการต่อสู้แบบอหิงสา(ไม่เบียดเบียน) ไม่เคยเห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง เขาต่อสู้กับความไม่ถูกต้องผ่านงานเขียน ผ่านจดหมาย และผ่านคำพูดที่พูดกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์และผู้ที่ยกย่องศรัทธาเขาเป็นจำนวนมากอย่างสงบตลอดหลายปีที่ผ่านมา แล้วอะไรทำให้เขาไม่เชื่อมั่นว่าความไม่เบียดเบียนแบบอหิงสาจะสามารถหยุดยั้งความโหดร้ายป่าเถื่อนของพวกฟาสซิสต์-นาซีได้อีกต่อไป
ในคืนแก้วแตก (Kristallnacht) ทหารนาซีก่อเหตุทำร้าย ข่มขืน และฆ่าชาวยิวกว่า 100 คน ทำลายข้าวของจนเศษกระจกเกลื่อนถนน (ที่มาของชื่อแก้วแตก) หลังจากนั้น ชาวยิว 30,000 คนถูกต้อนเข้าค่ายกักกัน ความป่าเถื่อนรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ไอน์สไตน์ไม่สามารถทนนิ่งดูดายได้อีกต่อไป ขอคัดลอกคำพูดของไอน์สไตน์มาไว้ ณ ที่นี้ เผื่อจะช่วยให้เข้าใจความคิดของชายแก่คนนี้มากขึ้น
“ด้วยเหตุที่ลัทธิฟาสซิสต์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงคิดว่าคงไม่มีใครรักษาอุดมการณ์อหิงสาไว้ได้โดยปราศจากความเสี่ยงที่จะปล่อยให้โลกตกไปอยู่ในอุ้งมือของศัตรูตัวร้ายของมวลมนุษยชาติ... จะยับยั้งพลังจัดตั้งได้ก็ด้วยพลังจัดตั้งเท่านั้น ผมเสียใจที่ต้องพูดแบบนี้เพราะไม่มีทางอื่นอีกแล้ว” ยากนักสำหรับไอน์สไตน์ที่จะต้องทำใจยอมรับว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องยับยั้งด้วยความรุนแรง ไม่อาจมีทางเลือกอื่น
“...ผมไม่คิดว่า แค่คำพูดอย่างเดียวสามารถแก้ปัญหาของมนุษย์ที่มีอยู่ในปัจจุบันได้... เสียงระเบิดมันกลบเสียงมนุษย์เสียสิ้น ยามสงบผมศรัทธาในสื่อความคิดระหว่างมนุษย์ผู้ช่างคิด แต่วันนี้ ขณะที่กองทัพคนป่าเถื่อนตระหง่านอยู่เหนือชีวิตมนุษย์หลายล้าน ผมเกรงว่าคำวิงวอนขอให้พวกเขาใช้สติและเหตุผล มันไร้ความหมาย... ผมมีความรู้สึกว่าในอเมริกา พัฒนาการและพลังสร้างสรรค์ของปัจเจกชนมีความเป็นไปได้ สำหรับผมแล้ว นั่นเป็นสิ่งมีคุณค่าที่สุดในชีวิต... ในบางประเทศ ประชาชนไม่มีสิทธิทางการเมือง ไม่มีโอกาสพัฒนาสติปัญญาอย่างเสรี(เช่น ในเยอรมนี) ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่สามารถทนรับสถานการณ์แบบนั้นได้แน่ ในประเทศนี้ มันจะยิ่งน่าอดสูหากเราต้องปฏิบัติตามคำสั่งโดยไม่มีสิทธิถาม ดังนั้นการปกป้องและคุ้มครองเสรีภาพจึงมีความสำคัญยิ่งเหนือสิ่งอื่นใด”
นี่อาจใช้เป็นคำอธิบายได้ว่า ทำไมไอน์สไตน์จึงร่วมกับนักวิทยาศาสตร์อุดมการณ์เดียวกัน ลีโอ ซีลาร์ด เขียนจดหมายถึงปธน.รูสเวลต์ เรียกร้องให้เร่งสร้างระเบิดนิวเคลียร์โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
จดหมายถูกเขียนขึ้น หลังมีข่าวว่ากองทัพเยอรมันพยายามอย่างที่สุดที่จะสร้างระเบิดนิวเคลียร์ให้ได้เป็นชาติแรก ฉะนั้น หากทางเลือกมีเพียง 2 ทาง คือเยอรมนีสร้างได้ก่อน กับอเมริกาสร้างได้ก่อน แล้วต้องเลือกทางใด?
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากที่เข้าร่วมโครงการแมนฮัตตันต้องเสียใจอย่างสุดซึ้ง หลังสิ่งที่พวกเขาทุ่มเทพยายามสร้างขึ้นถูกใช้อย่างผิดจากวัตถุประสงค์เดิมโดยสิ้นเชิง
------------------------------- ในที่สุดก็เขียนไม่ทันอีกจนได้ กลับจากทะเลจะมาต่อ “โครงการแมนฮัตตัน” April 07 แด่... ไอน์สไตน์นักวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดเท่าที่เราได้รู้จัก
แรงบันดาลใจ : หนังสือ “แฟ้มลับ FBI ล่าไอน์สไตน์”
ทำไมถึงชอบไอน์สไตน์ เขาไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์คนแรกๆที่เรารู้จัก สมัยประถมเราเคยชื่นชมนิวตัน กาลิเลโอ ฯลฯ ซึ่งทำให้มีแรงบันดาลใจอยากทำงานทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังไม่มีอะไรพิเศษมากนัก เป็นเรื่องบังเอิญอย่างหนึ่ง ที่พอได้ยินพี่ชายพูดถึงนักวิทยาศาสตร์ชื่อ “ไอน์สไตน์” ก็รู้สึกชอบชื่อนี้ เห็นว่าเป็นชื่อแปลกและเพราะดี โดยไม่ได้คิดว่าหลายปีต่อมาจะชอบคนๆนี้มากถึงขนาดยกให้เป็น Idol อันดับหนึ่ง ใช่ว่าเพราะเขาค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพ หรือเพราะเป็นชายหัวฟูที่ได้รางวัลโนเบล เราไม่เคยมั่นใจ ว่าเขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งที่สุด แต่เรามั่นใจ ว่าเขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุด ในบรรดานักวิทย์ทั้งหมดที่เรารู้จัก ในขณะนี้ ความดีใช้อะไรชี้วัด? มันขึ้นกับความคิดของแต่ละคน คนอื่นอาจคิดไม่เหมือนเรา ไม่แปลก
ความชอบเริ่มแรก ได้อิทธิพลมาจากคำพูด หรือวาทะในโอกาสต่างๆ คำพูดที่ประทับใจที่สุด ได้แก่ “Only a life lived for others Is a life worth while.” ...มีเพียงชีวิตเพื่อผู้อื่นเท่านั้นที่ควรค่าแก่การมีชีวิต...
เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ไม่แค่แสวงหาความรู้เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง แม้จะทุ่มเทเวลาค้นคว้างานทางวิทยาศาสตร์มากมาย แต่ไม่เคยมองข้ามปัญหาของสังคม และมิได้จำกัดแค่สังคมที่เขาอยู่อาศัย แนวคิด มุมมอง และการปฏิบัติของเขา แสดงออกถึงความห่วงใยปัญหาของมนุษยชาติ มีกี่คนที่รู้ว่าไอน์สไตน์เคยเขียนบทความ ชื่อว่า “Why socialism?” ทำไมต้องสังคมนิยม? เพราะหลักการของสังคมนิยมคือแบ่งปันให้ได้รับอย่างเท่าเทียม แม้จะดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่ได้เงินเดือนสูง ไอน์สไตน์กลับห่วงใยชนชั้นล่างที่ถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างมาก เขาวิจารณ์ระบบทุนนิยมว่า “...บรรดาคนงานทั้งหลาย ต่างหวาดกลัวอยู่ทุกๆวันเกี่ยวกับการสูญเสียงานของตนไป เมื่อไม่ได้รับการจ้างงาน หรือบรรดาคนงานทั้งหลายมีรายได้ไม่พอเพียงมาจากค่าจ้างแรงงานเพียงเล็กน้อย มันจึงไปเปิดช่องให้มีตลาดที่ทำกำไรขึ้นมา ผลผลิตเกี่ยวกับสินค้าต่างๆของผู้บริโภคจึงถูกจำกัด ความลำบากและทุกข์ยากจึงเป็นสิ่งที่ตามมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้...”
หากใครได้อ่านบทความฉบับเต็ม คงได้เห็นว่าสติปัญญาของนักวิทยาศาสตร์ผู้นี้ ไม่ได้จำกัดแค่ใช้กับวิทยาศาสตร์เท่านั้น
คำพูดที่น่าประทับใจอีกอันหนึ่ง ที่น้อยคนในปัจจุบันจะสามารถยึดถือเป็นแนวปฏิบัติได้ คือ “คุณค่าของมนุษย์ อยู่กับสิ่งที่เขาให้ ไม่ใช่ความสามารถในการแสวงหา”
เรามองคำว่าแสวงหา ไม่ใช่แค่ผลประโยชน์ในรูปตัวเงิน ตำแหน่ง ชื่อเสียง แต่รวมถึงการแสวงหาความรู้ ให้ตนเองได้ชื่อว่าเก่งกาจ โดยปราศจากความคิดอยากจะทำเพื่อสังคม คำพูดของไอน์สไตน์จึงแปลความได้ว่า ไม่ว่าคนๆนั้นจะเก่งกาจแค่ไหน หากไม่ทำอะไรเพื่อผู้อื่น ย่อมไม่ต้องยกย่องชื่นชมเขา ปัจจุบัน เรามองเห็นคนเก่งที่พยายามแต่จะแสวงหาเต็มไปหมด
ในชีวประวัติที่พบเห็นได้ส่วนมาก อาจเน้นไปที่ความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ สื่อให้เห็นความคิดอ่านที่ลึกซึ้งและฉลาดหลักแหลมต่อทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ ตบท้ายด้วยคำพูดตอนปฏิเสธตำแหน่งประธานาธิบดีของอิสราเอลว่า “การเมืองเป็นเรื่องชั่วคราว แต่สมการจะคงอยู่ตลอดไป” แสดงให้เห็นว่าทั้งชีวิตของไอน์สไตน์ทุ่มเทให้วิทยาศาสตร์มากที่สุด ไม่สนใจการเมืองเท่าใดนัก
แต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะการเมืองกับสังคมเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออก ในสมัยสงครามโลก เป็นช่วงที่ประชาชนรู้สึกหดหู่ ไม่ก็หวาดผวาตลอดเวลา ไอน์สไตน์อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ พบปัญหาความขัดแย้งหลายอย่าง เช่น สงครามกับเยอรมนี ความหวาดกลัวลัทธิคอมมิวนิสต์ การเหยียดสีผิว ตอนหลังเกิดสงครามเย็น ก็เกิดความหวาดกลัวเมื่อรัสเซียสร้างระเบิดปรมาณูสำเร็จ มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยอ้างว่าเพื่อความมั่นคงของชาติสหรัฐฯ กระทั่งไอน์สไตน์ก็ถูกสงสัยว่าเป็นสายลับขายข้อมูลให้รัสเซีย FBI สืบสวนไอน์สไตน์อย่างลับๆนานถึง 5 ปี
เพราะบทบาทของไอน์สไตน์ ต่อต้านลัทธินาซี ต่อสู้เพื่อคนผิวสี คัดค้านการสร้างระเบิดแข่งกับรัสเซีย ที่สำคัญคือชักจูงให้คนต่อต้านเจ้าหน้าที่รัฐ เนื่องจากให้อำนาจข่มขู่ ลิดรอนสิทธิมนุษยชน ด้วยเพราะกลัวภัยคอมมิวนิสต์
ไอน์สไตน์ต่อสู้ทางการเมืองไปจนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต เขาพูดก่อนจากโลกนี้ไปว่า “ประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่คือ การต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน เป็นการดิ้นรนอย่างไม่รู้จักจบสิ้น ชัยชนะเด็ดขาดไม่เคยมีจริง แต่หากยอมแพ้ ย่อมหมายถึงความหายนะของสังคม”
ไอน์สไตน์เป็นยิ่งกว่าดาราฮอลลีวู้ดในยุคนั้น ไม่ว่าเขาปรากฏตัวที่ไหน จะเป็นที่สนใจของประชาชนจำนวนมาก ผู้คนทั่วโลกศรัทธาในตัวเขา มีจดหมายเป็นพันๆฉบับส่งถึงเขา ทั้งเรื่องวิทยาศาตร์ การเมือง หรือการขอความช่วยเหลือจากคนระดับล่าง ไอน์สไตน์มีเพื่อนอยู่มาก ไม่แค่นักวิทยาศาสตร์ แต่รวมถึงนักปรัชญา นักข่าว นักดนตรี ดาราตลก ฯลฯ ไม่ว่ากระแสต่อต้านเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมากมายแค่ไหนในช่วงหลังๆ กลับเทียบไม่ได้เลยกับผู้คนที่ศรัทธายกย่องเขา
ถึงอย่างนั้น การต่อสู้ของเขาก็ใช่ว่าจะชนะเสียทุกครั้ง แต่ไอน์สไตน์ไม่เคยหยุดต่อสู้ เขารู้ว่าหากเขายอมแพ้ ผู้คนที่เขาพยายามปกป้องย่อมได้รับความเดือดร้อน ไอน์สไตน์มีมุมมองที่กว้างไกลและละเอียดลึกซึ้ง เขามองเห็นหายนะของสังคมก่อนที่มันจะมาถึง เขาจึงไม่มีทางทิ้งประชาชน
นี่เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งของความประทับใจ ที่ไม่เคยยกให้นักวิทยาศาสตร์คนใดมากเท่านี้มาก่อน เรื่องราวของไอน์สไตน์ยังมีอีกมากมายที่ไม่อาจบรรยายได้หมด ยังมีส่วนที่เราไม่ได้ศึกษา หรือยังไม่ค้นพบ ปัญหาในชีวิตนานาประการที่เราต้องเผชิญทุกวันนี้ ไอน์สไตน์มีส่วนช่วยผลักดันให้เราเข้มแข็งต่อสู้กับมันได้อย่างมากทีเดียว
--------------------------------------- เดี๋ยวมาเล่าต่อ กรณีสมการสะเทือนโลก
April 01 JSTP 10
JSTP 10 I will never forget you!
เมื่อค่าย 10/3 ผ่านไป ทุกคนก็แยกย้ายกันไป
เรา... มาจากคนละที่ มีความฝันคนละแบบ อายุต่างๆกัน ความสามารถก็แตกต่างหลากหลาย
เรา... บางคนเดินทางมาใกล้ บางคนเดินทางมาไกล บางคนเจอปัญหาน้อย บางคนเจอปัญหาใหญ่
จากนี้ต่อไป... บางคนอาจจะประสบความสำเร็จ และบางคน...อาจจะล้มเหลว
ไม่ว่ายังไง JSTP 10 ยังจะคงเป็น JSTP 10 ไม่เปลี่ยนแปลง
การคัดเลือก จำเป็นต้องแบ่ง ระยะสั้น / ระยะยาว แต่มิตรภาพ ไม่เคยแยกว่า นี่เพื่อนระยะสั้น / นั่นเพื่อนระยะยาว ความฝันใฝ่ ก็ไม่เคยมี ฝันระยะสั้น / ฝันระยะยาว
ความเป็นเพื่อนของเรา จะไม่จบสิ้นหลังค่ายเสร็จสิ้น ความตั้งใจที่จะทำงานทางวิทยาศาสตร์ของเรา ก็ไม่มีวันจบสิ้นเพียงเท่านี้ ที่นี่
เรายังคงเป็นเพื่อนกันต่อ เราจะยังฝันต่อ และพยายามที่จะทำความฝันให้เป็นจริงต่อไป ไม่ว่าใครจะใช้วิธีเดิม หรือเปลี่ยนวิธีใหม่ ขอเป็นกำลังใจ ให้ทุกคนเดินหน้าต่อ ไม่ว่าอนาคตจะเจออุปสรรค หรืออาจต้องเหน็ดเหนื่อยมากกว่าเดิมหลายเท่า หากท้อแท้ หมดกำลังใจ ขอให้เดินกลับมาที่เดิมตรงนี้ ที่นี่ JSTP 10 มีกำลังใจรอเติมเต็มให้กับคนที่เหนื่อยล้าและอยากพัก อย่างไม่มีวันหมด ให้เพื่อนๆทุกคน สามารถกลับไปสู้ต่ออย่างมีพลัง
อย่าสิ้นหวัง อย่าถอดใจเป็นอันขาด ไม่ว่าข้างหน้าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ก็ต้องเดินหน้าต่อไป
Keep Moving Forward!
...ความสำเร็จรอเราอยู่ปลายทาง...
SHE (Lyrics)เพลงประกอบ Nothig Hill
She
|
|
|